พันแผลให้ขวานทอง

posted on 22 Oct 2008 11:49 by oxitoxin in Freestyle

นายฟักแม้วไม่เคยยอมรับใน "กรรม" ที่ตัวเองก่อไว้เมื่อไหร่
"โนบิตะ" แห่งเวทีพันธมิตรก็ไม่ยอมถอยฉากจากการไล่ล่าเมื่อนั้น
( แม้จะต้องแลกด้วยบาดแผลที่เหวอะหวะของ "ผืนแผ่นดินไทย" เท่าไหร่ก็ตาม )
.
..
...
....

ด้วยเมื่อคืนก่อนทีมรักต่างแดนของผมอย่างแมนฯยูฯ ลงหวดแข้งในศึกยุโรป
ก่อนจบลงด้วยชัยชนะที่ไม่ระบมหัวแม่เท้าเหนือยอดทีมจากสกอตต์อย่างเซลติคมากเท่าไหร่นัก
( กะซวกไป 3 แผล "อาร์ทตัวพ่อ" อย่างยอดชายนายเบิร์บจิ้มไป 2 จึ้ก
ก่อนตบตูดด้วย "คนหมูบิน" รูนี่ย์ที่กะซวกไส้แผลสุดท้ายไปอย่างทารุณผู้มาเยือนยิ่งนัก )

รุ่งเช้า ว่าจะหยิบเสื้อยืดสกรีนลายของทีมรัก ไปเดินยืดอกแบบไม่พกถุง (พลาสติค) ซะหน่อย
พลัน! เหมือนมีซาตานสามง่ามเจ้าของโลโก้จากทีมรักเดินมากระซิบข้างหูด้วยสำเนียงชนเผ่าแมงค์ว่า
"ไม่อยากโดนมือตบ อย่าริคบเสื้อสีแดง"
ใช่ครับ เสื้อทีมรักของผมดันโดดเด่นเด้งดึ๋งด้วยสีแดงซะอย่างนั้น 

เหมือนได้สติ ต่อมรักชีวิตเริ่มทำงานอย่างแข็งขัน
แต่ขี้คร้านจะหันไปสอยเสื้อเหลืองที่เคยเป็นสัญลักษณ์แห่งความจงรักภักดีเมื่อ 2 ปีก่อนมาสวมใส่
ก็มีอันต้องหยุดชะงักงันอีกครั้ง
เมื่อซาตานตนเดิมก็เข้ามากระซิบที่ข้างหูอีกข้างด้วยสำเนียงสเกาซ์เซอร์ปากเหม็นอีกว่า
"ใส่เสื้อเหลืองไม่โดนมือตบ แต่อาจพบ 'ตีนตบ' จนหน้าชา นะไอ้หนู วะฮ่ะฮ่า"
พลางหัวเราะอย่างเดอะ ค๊อปโรคจิตกำลังฝันหวานถึงแชมป์พรีเมียร์ลีกสมัยแรก

สยดสยองมาก...ขอบอก 

ว่าแล้วก็ขออนุญาตถอนหายใจดังๆออกมาหนึ่งเฮือกใหญ่
เพื่อไว้อาลัยแด่เสื้อทั้งสองสี ที่ลาพักร้อนจากลำตัวอันอวบอัดของผมไปซักพัก
จนกว่าเหตุการณ์ "ขี้ๆ" ในเมืองไทยจะคลี่คลายลงได้ด้วยดี

.
..
...

ผมใช้เวลาไม่เกินครึ่งชั่วโมงในการเสพการ์ตูนเล่มใหม่ของเครือเนชั่น
ภายหลังการเสพลายเส้นใสๆที่ขัดกับเนื้อเรื่องหม่นๆเล่มที่ว่าจบลง
ความรู้สึกแรกที่ผุดขึ้นหัวสมองของผมคือ "อยากให้มีชมรมนี้อยู่ในเมืองไทยจัง"

การ์ตูนเรื่องที่ว่า มีเนื้อหาเกี่ยวกับชมรมเล็กๆชมรมหนึ่ง
ที่อาสาเป็นคนเยียวยาบาดแผลในหัวใจของคนอื่นๆด้วย "ผ้าพันแผล"

เนื้อหาในเล่มแรกนี้ จะกล่าวถึงที่มาที่ไปของการ "พันผ้าพันแผล" ของสมาชิกในชมรม
โดยชมรมเล็กๆแห่งนี้ เชื่อว่าการใช้ผ้าพันแผล ไปพันในสถานที่ที่ทำให้เกิดแผลในใจของคนๆนั้น
จะเป็นการห้ามเลือดจากแผลในจิตใจ  หากแต่การพันผ้าพันแผลนี้ไม่ใช่การรักษา
แต่เป็นการเยียวยาที่สมาชิกในชมรมเชื่อว่า สามารถบรรเทาความเจ็บปวดจากแผลที่เกิดขึ้นได้
ก่อนจะเดินหน้าสู้กับปัญหาต่อไป

การ์ตูนเรื่องนี้มีชื่อว่า "The Bandage Club - รักใสๆ หัวใจซ่อมได้"
ผลงานจากมันสมองและสองมือของ OISHI Hiroto กับ TENDO Arata
และยังเคยไปโลดแล่นบนแผ่นฟิล์มมาแล้ว
ซึ่งผ้าพันแผลในเวอร์ชั่นภาพยนตร์ครั้งนั้น ได้นักแสดงชื่อดังอย่าง "ยูยะ อากิระ" พระเอกหนุ่มหน้าสวยที่โด่งดังจากคลิปฉาว เอ้ย! จากภาพยนตร์เรื่อง "Nobody Knows" เมื่อหลายปีก่อน มาเป็นตัวชูโรง 

         

เมื่ออ่านการ์ตูนเรื่องนี้จบ ( เล่ม 1 ) ผมโดนใจใน "แนวคิด" ของการ์ตูนเรื่องนี้มากมายครับ
โดนใจตรงที่ว่า.....

หากเหตุการณ์ความวุ่นวายในบ้านเมืองตอนนี้
มีชมรมผ้าพันแผลมาอาสาพันผ้าพันแผลให้กับขวานทองของเราคงจะดีไม่ใช่น้อยเลยนะครับ

ประชาชนที่เป็นพี่น้องบนผืนแผ่นดินไทยด้วยกัน แบ่งฝักแบ่งฝ่าย
ที่จองล้าง จองผลาญคนที่ความคิดแตกต่างกัน ยั่วยุให้เกลียดอีกฝ่ายโดยปราศจาก "สติ"
จ้องทำลายกัน จ้องจะเหยียบย่ำกันให้จมธรณี โดยเอา "ประเทศไทย" ของตัวเองเป็นตัวประกัน

บาดแผลของประเทศเราในเวลานี้มันใหญ่มาก
ใหญ่จนต่อให้ใช้ผ้าพันแผลกี่หมื่นกี่พันม้วนมาห้ามเลือดก็คงไม่พอแล้วล่ะครับ

ทั้งๆที่จุดเริ่มของแผลที่เหวอะหวะในขวานทองที่สงบสุขด้ามนี้เกิดขึ้นจากรอยข่วนเล็กๆ
เป็นรอยข่วนเล็กๆของ "ท่านผู้มีอำนาจ" สองตัว เอ้ย! สองคน

คนสองคน เคยรักกันปานจะแง้มทวารออกมาดอมดม ขนาดผายลมยังว่าหอมเหมือนดออกลิลลี่ยามเช้า
มาผิดใจและทะเลาะกัน จากแค่รอยข่วนมาเป็นรอยฟกช้ำ จนปัจจุบันถึงขั้นแผลฉีกจนเลือดไหลไม่หยุด

หากชมรมผ้าพันแผลไม่ไหวจะไปพันแผลให้กับขวานทองด้ามนี้
แค่ไปพันแผลให้กับจิตสำนึกที่บอบช้ำและเริ่มจะตายด้านของ "ท่านผู้มีอำนาจ" ทั้งสองคนก็ยังดีครับ  เชื่อว่า ขวานทองด้ามนี้คงทุเลาความเจ็บปวดไปได้มากทีเดียว.

----------


สงสัยจะพันแผลให้ประตูของเซลติค ที่โดนผียิงไป 3 แผลแน่ๆเลย อิอิ

ปล. จะเอาบ้านนี้เมืองนี้ให้ตายไปเลยรึไง ป้าดโธ่!!!!

Posted by Oxitoxin.