จะวอล์คเอ้าท์...ไปไหน?

posted on 11 Jun 2008 13:17 by oxitoxin in Playball

ผมยังคงอยู่กับการเกาะติดรอบรั้วลูกหนังเมืองไทยครับ

ถึงแม้นาทีนี้...กระแสบอลยูโร  กำลังมาแรงได้ที่ทีเดียว 
แต่สำหรับผม  ยังคงวนเวียนอยู่กับวงการฟุตบอลไทยต่อไปครับ

ก็แหม...วันเสาร์นี้  พี่ไทยของเรากำลังจะลงหวดแข้งกับพี่ยุ่นในศึกฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกอยู่แล้วนี่ครับ
แถมคราวนี้  เราเป็นเจ้าบ้านด้วย  ถ้าไม่เหลาถึง  ก็กลัวว่าจะไม่อัพเดท
ถึงแม้โอกาสมุดเข้ารอบของทีมไทยเราจะเหลือน้อยตามทฤษฏี 
และไม่เหลืออะไรให้ลุ้นแล้วตามภาคปฎิบัติ
แต่ผมเชื่อว่า  พี่น้องชาวไทยคงอยากเห็นกำลังภายในเฮือกใหญ่...
จากเหล่าจอมยุทธ์ลูกหนังทีมชาติไทยชุดนี้ให้ได้ชื่นฉ่ำหัวใจกันบ้าง  ชิมิครับ?

ไม่ต้องถึงกับเอาชนะ  แค่เสมอ  หรือแพ้แบบสู้จนตายคาสนามก็พอครับ...

พอพูดถึงสนามที่ใช้แข่ง  ก็ขอเม้งสมาคมบอลไทยหน่อยละกันนะครับ
ปัจจุบันนี้  พอบอลไทยลงหวดแข้ง  เราก็จะเฮละโลไปที่สนามใหม่อย่าง ราชมังคลากีฬาสถาน
หรือสนามที่เพื่อนๆแถวบ้านผมเรียกว่า  "สนามรถติด"

ครับ  ไม่ปฏิเสธว่าสนามราชมังฯนี้ มีความจุอยู่ในระดับน้องๆแอนฟิล์ด
แต่...บางทีพวกพี่ๆสมาคมอาจลืมไปว่า  สนามใหญ่จริง  แต่การเดินทางลำบากชิกหาย

อีกทั้ง  ช่วงนี้ฟุตบอลไทยกำลังอยู่ในช่วงฟื้นฟูศรัทธาจากแฟนบอล
ฉะนั้น  พวกคุณควรจะง้อแฟนบอล  ไม่ใช่ให้แฟนบอลต้องมาตามง้อพวกคุณ

เราทุกคนต่างก็อยากเห็นทีมฟุตบอลไทยไปได้ไกล  กันทั้งนั้นแหละครับ
ถามว่า  ถ้ามีเวลา  คนไทยอยากเข้าไปเชียร์นักเตะไทยในสนามมั้ย?
อยากไป  แต่ถ้าการเดินทางมันทุลักทุเลมากเกินไป  ก็ขอนอนให้กำลังใจทีมไทยอยู่กับบ้านดีกว่าครับ
จะหาว่าไม่รักบอลไทย ไม่รักชาติ  ผมก็เอาครับ
คนทำงานเหนื่อย  เจอรถติดมาทั้งสัปดาห์  จะไปพักผ่อน  ไปเชียร์ทีมฟุตบอลมันส์ๆ 
แต่ต้องมาเจอสภาพการจราจรที่ดูคล้ายๆจราจล 
ผมก็ยอมเป็นคอบอลตัวปลอม  นอนดูอยู่กับบ้านดีกว่าครับ

วันก่อนโน้น...
ผมอ่านเจอข่าวหน้ากีฬาของไทยอยู่ข่าวนึง  อ่านแล้วก็เก็บมาคิด
เนื้อหาของข่าวนั้นก็คือ 
"นักฟุตบอลของทีมไทยชุดอายุต่ำกว่า  ๑๙  ปี  ไม่พอใจการตัดสินของกรรมการ 
ก่อนจะเดินวอล์เอาท์  ออกนอกสนามประท้วงการตัดสิน"

วอล์คเอ้าท์อีกแล้ว?
ผมยิงคำถามนี้กับตัวเองทันที

ตามกฏกติกา  การวอล์คเอาท์สามารถทำได้  ไม่ผิด
ย้ำว่า  ไม่ผิด!!!
แต่สาบานว่า  ตั้งแต่เสพลูกหนังมาจนมีลูกมีครอบครัวเนี่ย 
พึ่งจะเห็นการเดินวอล์คเอาท์ในสนามฟุตบอลแค่  ๒  ครั้ง 
อนิจจาน่าเศร้าครับ  ที่ทั้ง  ๒  ครั้งเป็นของพี่ไทยทั้งสองครั้งเลยครับ

รู้สึกภูมิใจยังไงไม่รู้  ที่ประเทศไทยถ้าตั้งใจทำอะไร  ก็ไม่แพ้ชาติใดในโลก

ครั้งแรก  คือการแข่งขันรายการอะไรจำไม่ค่อยได้ 
แต่รู้สึกว่าเมื่อไม่นานมานี้เอง  โดยตอนนั้นทีมชาติไทยเราเปลี่ยนยูนิฟอร์มมาใส่เสื้อเหลืองแล้ว
คราวนั้น  นั่งดูอยู่ จู่ๆกรรมการก็เป่าจุดโทษให้กับทีมสิงคโปร์โตกมั้งนะครับ  ถ้าความจำไม่คลาดเคลื่อน

ยอมรับครับ  ว่ากรรมการแม่งตัดสินมั่วจริงๆ
แต่ถามว่า  กรรมการตัดสินมั่วในเกมฟุตบอล  พึ่งจะเกิดขึ้นครั้งแรกรึเปล่า?
แมนฯยูฯ  เสียจุดโทษงี่เง่าๆ  หลายต่อหลายครั้ง  พวกเขาก็โวยวายตามประสา 
แต่พอเสียประตู  ก็กลับมาตั้งหน้าตั้งตาเล่นต่อ
ลิเวอร์พูล  มีนักตะโดนใบแดงไล่ออกในเกมตัดสินแชมป์อย่างน่ากังขา
พวกเขาก็โวยวายจนคอแทบแตก  แต่ก็ต้องก้มหน้ายอมรับคำตัดสิน 
แล้วสู้ต่อไปตราบใดที่เวลายังไม่หมด

แล้วพี่ไทยเราล่ะครับ  เทพมาจากไหนหรือครับ?
ฟุตบอลระดับยุโรป  หรือแม้แต่บอลที่เตะกันในทวีปแอฟริกา 
นักเตะเถื่อนๆบ้าพลังขนาดนั้น  การเดิมพันสูงขนาดนั้น  พวกเขายังไม่เคยวอล์คเอ้าท์กันเลย

บางคนบอกว่า  ทำไมต้องเหมือนฝรั่งมันด้วย
ผมไม่ได้สนใจตรงนั้นครับ  ที่ผมสนใจก็คือ.....
นักเตะไทย  รวมถึงผู้จัดการทีมของเราขาดสปิริตและดีเอ็นเอของนักสู้อย่างรุนแรงหรือเปล่า?

ผมบอกแล้วว่า  การวอล์คเอ้าท์  ไม่ผิด!  สามารถทำได้
เพียงแต่ผมแค่รู้สึกว่า 
ทำไมต้องวอล์คเอ้าท์  ทำไมต้องทำตัวให้น่าสงสาร 
ทำไมต้องแสดงให้โลกรู้ว่ากูไม่ได้รับความเป็นธรรม 
มึงจะวอล์คเอ้าท์ไปไหน?  ทำไมมึงไม่สู้? 
มึงวอล์คเอ้าท์แล้วทำไมมึงไม่นั่งรถโค้ชกลับโรงแรมไปเลย?
มึงเดินกลับมาเล่นอีกทำไม? 
พอเดินกลับมาถามว่าไอ้ทีมที่มึงเล่นด้วย  มันจะกล้ายิงลูกโทษนั้นไหม?
เพราะมึงเล่นประชดยืนเฉยๆ  ทำเป็นไม่รับลูกโทษลูกนั้น

ผมว่าแม่งเหมือนเด็กว่ะ.....
ผมเคยแข่งฟุตบอลรายการระดับหมุ่บ้านอยู่ครั้งนึง 
เป็นรายการที่จัดกันเอง  ทีมชนะได้เงินรางวัล  ดาวซัลโวก็ได้
ตอนนั้น  แข่งกับทีมที่ตัวโตกว่า  แต่พวกนั้นเล่นบอลกันไม่ค่อยจริงจัง  อาศัยรูปร่างและเสียงดังเข้าสู้
ทีมผมเล่นบอลกันแบบจริงจัง  ต่อบอลกันฉึบฉับ ฉึบฉับ  จบครึ่งแรกยิงไปแล้ว  ๔  เม็ด
ครึ่งหลัง  ทีมผมยิงเพิ่มอีกเม็ดนึง  แม่งเดินวอล์คเอ้าท์เลิกเล่นทั้งๆที่ยังไม่จบการแข่งขันเลย

พวกนั้นบอกว่ากูเบื่อแล้ว  เล่นไปก็ไม่ได้แชมป์แล้ว  พวกมึงเอาแชมป์ไปเลยไป
แต่ลึกๆ  ผมคิดว่าพวกนั้นมันอายมากกว่า 
ที่เสียฟอร์มโดนพวกผมที่ตัวกะเปี๊ยกกว่าทะลวงไส้ซะเป็นลูกพรุนซันสวีท
คงคล้ายๆทีมไทยละมั้งครับ  ที่คงรู้สึกเสียน้องหมามากๆ  หากแพ้สิงคโปร์วันนั้น
เลยหาเรื่องที่ทำให้ตัวเองเกิดความชอบธรรมขึ้นมา 
ผมว่าหากวันนั้น  เหตุการณ์เดียวกันเกิดขึ้นกับสิงคโปร์  พวกเขาก็คงโวยตามประสา  แล้วก้มหน้าสู้ต่อ
อยากบอกว่าลีกสิงคโปร์แข็งแกร่งกว่าลีกของไทยอีกนะครับ 
นักเตะทีมชาติเค้าน่าจะมืออาชีพมากกว่าด้วยซ้ำ
ไม่แปลกใจหรอกครับ  ที่พี่ไทยเรามักจะเริ่มนำวัฒนธรรมวอล์คเอาท์ใส่ไปในหัวของวงการลูกหนังบ้านเรา
ขนาดบอลลีกของประเทศตัวเองยังไม่ให้ความสำคัญเลย 
นับประสาอะไรกับการคิดสร้างสปิริตและใส่เลือดนักสู้ลงไปในตัวของนักกีฬาบ้านเรา

มันเป็นอย่างนี้นี่ไงเล่าครับ  เราถึงยังทำได้แค่ฝันกับการไปเตะบอลโลกอยู่ทุกๆ  ๔  ปี
พอแพ้  ก็โม้กันใหม่อีก  ๔  ปีข้างหน้า
"กูจะไปบอลโลกกกกกกก"

http://www.ctc.ru.ac.th/graphic/Adobe%20Photoshop2.pdf

Comment

Comment:

Tweet


big smile big smile

"เวลายังไม่หมด..อย่าเพิ่งยอมแพ้.."

#4 By 12345 on 2008-06-12 08:41

ดูบอลรถติด..ไปชมงาน4Bรถไม่ติดชัวร์question

#3 By wesong on 2008-06-11 23:49

มันผิดที่ผู้นำประเทศ! เอ๊ะ ไม่เกี่ยวกันนี่ แหะๆ

#2 By พัดทอง on 2008-06-11 18:38

เรือ่งเยาวชน 19 ปีที่วอล์คเอาท์น่ะเอง ตอนผมอ่านข่าวทีแรกก็ไม่ค่อยเห้นด้วยนะคับ แต่จากที่อ่านเพิ่มเติมทั้งโค้ช ผู้จัดการทีม นักเตะ ต่างเห็นเป็นเสียงเดียวกันคับว่ากรรมการตัดสินแบบน่าเกลียดจนทนไม่ไหวจริง ๆ ถ้าจะเข้าข้างเจ้าบ้านเล็ก ๆ น้อย ๆ อันนี้ก็พอยอมอยู่คับ แต่ที่วอล์คเอาท์กรรมการเขาก็น่าจะตัดสินแบบน่าเกลียดมากนะคับถึงได้เดินออก แถมลาวและมาเลฯก็บอกว่าปีหน้าไม่มาแข่งแล้ว คือคนเวียดนามเขาบอบช้ำจากการกดขี่ของประเทศล่าอาณานิคม สงครามภายในประเทศ พอเขาลืมตาอ้าปากได้ เขาจะเกลียดความพ่ายแพ้คับ ขอให้ชนะไม่ว่าจะด้วยวิธีไหนก็ตามเขาก็ยอมทำคับ
อันนี้ก็เป็นความเห็นผมนะคับ คุนเป็นคนดูบอลสไตล์คล้าย ๆ ผมเลยคือชอบดูและเชียร์บอลไทยด้วย เพื่อนผมดูแต่บอลนอก พอไทยแพ้ก็วิจารณ์เสีย ๆ หาย ๆ มันบอกไทยดูไปก็เท่านั้นมีแต่แพ้เค้า

#1 By Frankie8 on 2008-06-11 16:39