แหวนใบไม้ถัก [Part ๑]
posted on 23 Jun 2008 00:04 by oxitoxin in Fiction
เวลาราวๆ ๒๓.๐๐ น.
ผมอยู่ที่เกาะนางยวน...
รอบตัวผมตอนนี้รายรอบไปด้วยหาดทรายสีขาว
กับน้ำทะเลสีครามที่ตอนนี้ถูกฉาบไปด้วยม่านหมอกของรัตติกาลเข้าปกคลุม
เหมือนกับจิตใจของผมในตอนนี้
ผมครึ่งนั่งครึ่งนอนพิงโขดหินก้อนโตริมหาด
ในขณะที่คนอื่นๆที่มาเที่ยว อาจจะกำลังนั่งสนทนาเฮฮากันในบังกะโล
แต่ผมกลับยึดริมหาดที่เงียบเชียบตรงนี้.....
เป็นที่พักนอนสำหรับค่ำคืนแรกแห่งการหลีกหนีโลกในเมืองที่แสนจะวุ่นวาย
เหม่อมองไปยังเส้นแบ่งผืนน้ำทะเลกับท้องฟ้าที่ไม่มีวันมาบรรจบกันได้จริงๆ
พร้อมๆกับถอดแหวนที่ถักทอมาจากเถาวัลย์สีน้ำตาลแก่ออกจากนิ้วนางขึ้นมาดู
ใจก็เหม่อคิดไปถึงผู้ให้แหวนรูปทรงประหลาดวงนี้แก่ผม
"เธอ" หญิงสาวผู้ที่ไม่เคยมีตัวตนในโลกวิทยาศาสตร์
“สวัสดีค่ะ คุณไม้ตีพริก”
ห้วงภวังค์แห่งการคิดถึงใครบางคนของผมถูกปลุก
ด้วยเสียงใสๆที่ดังอยู่ห่างจากเหนือหัวของผมไปไม่ถึงวา
เมื่อหันไปก็พบกับหญิงสาวผมยาว
ดวงตาสีน้ำตาลคมกริบถูกซ่อนอยู่ภายใต้เลนส์ของแว่นตากรอบเงิน
“อ้าว! คุณนั่นเอง”
“ขอฉันนั่งกินลมด้วยคนได้มั้ยคะ?”
ผมผายมือเชื้อเชิญ
พร้อมกับขยับเพื่อขยายพื้นที่หลังโขดหินให้กว้างพอสำหรับคนสองคนนั่งพิง
เรียกรอยยิ้มหวานๆของเธอที่ส่องสว่างท่ามกลางแสงของหมู่ดาวในค่ำคืนที่ฟ้าเปิด
ผมมองเห็นรอยยิ้มที่ล้นด้วยเสน่ห์นั้นอย่างชัดเจน
“ทำไมมานั่งอยู่ที่นี่ล่ะคะ?”
“ผมไม่ชอบนอนบังกะโลน่ะครับ”
“ไม่มีเงินค่าบังกะโลล่ะซี่ อย่ามาอ้างเล้ย”
เธอขยับแว่นกรอบบางๆนั้นนิดนึง ก่อนหัวเราะเบาๆ
ผมกับเธอพึ่งจะรู้จักกันบนรถไฟเมื่อเช้าตรู่นี้เอง...
ก่อนจะมาเจอกันโดยบังเอิญอีกครั้งที่ท่าเรืออ่าวบ้านดอน
ด้วยอุปนิสัยที่ร่าเริงของเธอจึงทำให้เราสองเข้ากันได้ง่าย
และพูดคุยอย่างออกรสสเหมือนคนที่รู้จักกันมานาน
“ช่วยไม่ได้นี่ครับก็ผมมันคนจนนี่นา ว่าแต่คุณเองเถอะ
ดึกขนาดนี้แล้วยังไม่นอนอีกเหรอครับ”
“ถ้านอน แล้วคุณไม้ตีพริกจะเห็นฉันมานั่งทำหน้าตาน่ารักอยู่ข้างๆคุณตรงเนี้ยเหรอคะ? ถามได้”
ผมชื่อไม้ครับ แต่เพราะความยวนของเราทั้งสองที่ชอบยีใส่กัน
เลยทำให้เธอเปลี่ยนชื่อเล่นผมซะใหม่ เป็นไม้ตีพริกแทน
ผมหัวเราะ พร้อมกับบรรจงสวมแหวนใบไม้ถักเข้ากับนิ้วนางตามเดิม
“แหวนอะไรน่ะคะ แปลกดีจัง”
ผมเลิกคิ้ว ก่อนจะยิ้มให้เธอที่มุมปาก พลางก็ลูบคลำอยู่ที่แหวนวงนั้นตลอดเวลา“ผมไม่รู้หรอกครับว่ามันเป็นแหวนอะไร แต่เจ้าของที่ให้ผมมาเธอเรียกมันว่า ‘แหวนใบไม้ถัก’ ครับ”
“ขอฉันดูหน่อยได้มั้ยคะ?”
ผมอึกอักลำบากใจเป็นที่สุด
แน่นอนว่าผู้หญิงมักจะคู่กับเครื่องประดับ โดยเฉพาะเครื่องประดับที่ดูแปลกตาอย่างนี้“เอ่อ...ผมขอโทษด้วยนะครับ คือผมถอดให้ใครไม่ได้จริงๆ”
ลมเย็นยามดึกสงัดพัดเส้นผมยาวสลวยมาปรกที่ใบหน้าเรียวได้รูปของเธอ
ขณะนั้นผมเองก็เห็นรอยยิ้มที่คุ้นเคย ออกมาจากริมฝีปากบางๆคู่นั้น
ในช่วงความรู้สึกของผมชั่วเสี้ยววินาที
รอยยิ้มนั้นช่างเป็นรอยยิ้มที่เอ่อล้นด้วยเสน่ห์จริงๆ
และท่าทางแหวนวงนี้คงมีความสำคัญกับคุณมากซินะคะ”
เธอพยักหน้าเบาๆอย่างคนเข้าใจง่าย พร้อมโปรยรอยยิ้มที่ดูจริงใจมาที่ผม
“งั้นคุณช่วยเล่าความเป็นมาของแหวนวงนี้ให้ฉันฟังได้มั้ยคะ
หวังว่าคราวนี้คุณคงไม่ปฎิเสธฉันอีกนะคะ”
เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่ต่างไปจากปกติ ดูนุ่มนวลอ่อนหวานต่างจากที่เคยยียวนผม
ซ้ำดวงตาใต้กรอบแว่นคู่นั้นก็ดูอ้อนวอนอยู่ในที
“ได้ครับ ผมจะเล่าให้คุณฟัง แต่คุณต้องสัญญากับผมก่อนนะครับ
ว่าระหว่างที่ผมเล่าคุณห้ามหัวเราะ หรือพูดแทรก
โต้แย้งหยิบยกเอาเหตุผลทางวิทยาศาสตร์มาขัดเด็ดขาด
นี่เป็นข้อเรียกร้องอย่างเดียวของผม ผมไม่ได้ขอให้คุณเชื่อ
เพราะคุณเป็นคนขอฟังเรื่องประหลาดเรื่องนี้เองนะครับ”
“ค่ะ ฉันให้สัญญาด้วยเกียรติของเนตรนารีรุ่นที่ ๒๐ เลยล่ะค่ะ”
เธอเข้าใจง่ายเกินคาด
แล้วผมก็เริ่มเล่าเรื่องเหนือเหตุผลทางวิทยาศาสตร์
ที่เกิดขึ้นกับผมเมื่อสิบกว่าปีก่อนให้เธอฟัง
พร้อมกับความทรงจำในคราหลังที่ถูกกาลเวลานำความทรงจำใหม่ถมทับจนแทบจะเลือนหาย
ก็ค่อยๆผุดขึ้นในห้วงความคิด ราวกับภาพยนตร์เก่าที่ถูกปัดฝุ่นขึ้นมาฉายใหม่
----------- [ O ] -----------
ย้อนกลับไปเมื่อซักประมาณ ๑๕ ปีก่อน.....
ผมเป็นเด็กบ้านนอกขนานแท้และดั้งเดิมทีเดียว
บ้านของผมอยู่แถบชานเมืองของจังหวัดสุพรรณบุรี
ในยุคสมัยที่ความเจริญกำลังเดินทางมาเยือนบ้านนอกคอกนา
แต่ถึงกระนั้นแทนที่ผมจะเข้าไปเที่ยวเล่นในตัวเมืองเหมือนเด็กคนอื่นทั่วไป
ผมกลับชอบปีนป่ายวิ่งเล่นในสวนหลังหมู่บ้านซะมากกว่าและที่นั่นก็ทำให้ผมพบกับรักแรก
ตอนนั้นผมก็อายุประมาณ ๙ ขวบ - ๑๐ ขวบเท่านั้นเอง
ผมมักจะชอบปีนขึ้นไปนั่งฝึกอ่านหนังสือ
และแหกปากร้องเพลงจนลั่นสวนบนต้นไม้ใหญ่ต้นนึง
ซึ่งผมถือว่าตัวเองเป็นลูกไพร
จะเข้าจะออกจากสวนก็ต้องยกมือไหว้ต้นไม้ใหญ่ต้นนั้นก่อนทุกครั้ง
ราวกับว่าต้นไม้ต้นนั้นเป็นเจ้าสวนเลยทีเดียว
วันนึง...
ขณะที่ผมกำลังนั่งร้องเพลงอยู่บนคาคบของต้นไม้ต้นนั้น
ก็ปรากฏร่างของเด็กสาวผิวขาวผมยาวประบ่า นัยน์ตาสีน้ำตาลคมกริบคนหนึ่งร้องทัก
“นี่เธอ! ทำไมวันนี้ไม่เอาหนังสือมาอ่านล่ะ? กำลังสนุกทีเดียว”
ผมตกใจจนแทบจะตกจากต้นไม้
โชคดีที่มือตุ๊กแกของผมเหนี่ยวกิ่งของมันเอาไว้ได้แบบหวุดหวิด
“ไม่มีเงินซื้อ กำลังเก็บอยู่ แล้วเธอเป็นใครน่ะ? มายุ่งอะไรกับเราด้วย
เราจะอ่านหรือไม่อ่านยังไงก็ไม่เห็นจะเกี่ยวอะไรกับเธอซักนิด”
ผมตะโกนตอบไปยังร่างเล็กๆของเด็กสาว
ที่นั่งไกวชิงช้าเถาวัลย์ที่เกิดจากฝีมือของจากธรรมชาติ
ด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยเป็นมิตรนัก
ทำไมน่ะเหรอ?
คงเพราะเหมือนเด็กกำลังจะโดนแย่งของเล่นที่ตัวเองถือว่าเป็นเจ้าของอยู่ละมั้ง
“ฉันเป็นใครน่ะเหรอ? ฉันก็เป็นลูกไพรขนานแท้ล่ะซิยะ
ไม่ใช่มาอวดอ้างตั้งตนเป็นจ้าวแห่งสวนอย่างคนขี้ตู่บางคน”
“นี่เธอ ! คนบางคนที่เธอว่าน่ะ หมายถึงใคร?”
ผมควันออกหูเหมือนกับลิงที่ถูกแหย่ในสวนสัตว์
ผมยังจำใบหนาอันทะลึ่งทะเล้นของเด็กหญิงที่เป็นศัตรูของผมคราวนั้นได้เป็นอย่างดีทีเดียว
เธอลอยหน้าลอยตาทำปากเบี้ยว พูดด้วยเสียงที่จีบปากจีบคอชวนหมั่นไส้ที่สุด
“เถียงกันอยู่สองคน ยังบื้อไม่รู้ตัวอีก”
คำว่า "บื้อ" นั่นแหละที่ทำให้ผมกระโจนลงมาจากคาคบของต้นไม้ใหญ่อย่างรวดเร็ว
“นี่ถ้าเธอเป็นผู้ชายนะ เราซัดหน้าหงายไปแล้ว”
แน่ะ ! ยังจะมาลอยหน้าลอยตาทำหูทวนลมอีก ทำเอาผมฟิวส์ขาด
ใช้มือจับชิงช้าเถาวัลย์แล้วกระชากเธอลงมาจากเครื่องเล่นป่าอย่างหัวเสีย
แต่ก็นั่นแหละ ยัยนั่นก็ยังปั้นหน้ายียวนเหมือนเดิม
“ก็ลองดูซี่ เราจะได้ฟ้องพ่อเราให้หวดก้นนายให้ช้ำเลยทีเดียว”
“ขี้ฟ้อง”
“ขี้ตู่”
อีกแล้ว หล่อนทำผมของขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้ผมพยายามระงับอารมณ์ให้เป็นปกติ
“เธอเป็นใคร?เราถามเธอครั้งที่สองแล้วนะ”
“บอกไป นายจะเชื่อฉันไหมล่ะ?”
“เราตัดสินใจเองได้ว่าจะเชื่อหรือเปล่า”
“ฉันเป็นนางไม้”
ทุกสิ่งรอบตัวเหมือนถูกหยุดเอาไว้ให้นิ่งสนิท
ใบไหว้รอบตัวเหมือนไม่ไหวติงทั้งๆที่กำลังจะผลิหลุดจากขั้วอยู่รอมร่อ
"นางไม้" ผมกำลังยืนคุยและประจันหน้ากับนางไม้ตัวจิ๋วอยู่อย่างไม่สะทกสะท้าน
Ami ดารานักร้องของญี่ปุ่น
ผู้มีบุคลิกและหน้าตาคล้ายตัวละครในเรื่องนี้มากๆ
ถ้าอ่านแล้วนึกภาพผู้หญิงในเรื่องไม่ออก
ก็เอาเธอคนนี้โยนไปในจินตนาการแทนนะครับ
----------- [ O ] -----------
นี่เป็นเรื่องสั้น ( ที่ไม่ค่อยสั้นซักเท่าไหร่ ) เรื่องแรกของผม
แต่งไว้นานแล้วครับ แอบแต่งไว้ก่อนที่จะแต่งงานกับแฟนคนปัจจุบันอีก 
ด้วยความที่มันยาวเกินไปที่จะลงในเอนทรีเดียว ยากต่อการอ่านสำหรับนิยายออนไลน์
ผมเลยจับมาตัดต่อใหม่ แบ่งเป็นทั้งหมด ๓ ตอน
ฝีไม้ลายมือในการเขียน ดีแย่ยังไงเพื่อนๆที่หลงเข้ามาอ่านก็ติชมได้เลยนะครับ
และนี่คือลิงค์ตอนจบครับ
http://oxitoxin.exteen.com/20080624/entry
#1 By wesong on 2008-06-23 07:04