ควันเหลือจากงาน 4B
posted on 09 Jul 2008 09:55 by oxitoxin in Freestyle
สมัยยังเป็นหนุ่มเวอร์จิ้น ความบริสุทธิ์ของพรหมจรรย์ยังไม่ถูกลักพาตัวไป
ผมชอบไปเดินตามงานการ์ตูน, งานFat, และงานอีเว้นท์ทุกอย่าง
ตามที่เงินในกระเป๋าจะเอื้ออำนวย.....
แต่พอความบริสุทธิ์ถูกคุกคาม ( จนก่อกำเนิดเด็กชายหน้าแป้นบน Head Blog )
โอกาสที่คุณพ่อวัยรุ่นอย่างผมจะมีโอกาสไปตระเวณตามงานเหล่านั้น ก็ดูจะน้อยลงไปโดยปริยาย
แต่งานอีเว้นท์เหล่านี้ ไม่เคยห่างเหินจากความสนใจของผมเลยซักครั้งเดียว
ล่าสุด...
เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ผมและ "ผบทบ." (ผู้บังคับบัญชาที่บ้าน) พร้อมลูกชายตัวน้อย
ได้หอบหิ้วกันไปเดินเล่นที่สยาม
และเลยถือโอกาสนี้ไปแวะดูงานประหลาดๆ ของคนประหลาดๆที่ชื่อว่า 4B กันซะเลย
รายละเอียดในงาน เชื่อว่าเพื่อนๆคงตามหาอ่านกันได้จากที่อื่น
เพราะเห็นหลายๆบลอคเขียนและเหลาถึงกันไปบ้างแล้ว
แต่ผมขอเสนอในอีกแง่มุมนึงละกันนะครับ
----------- [ O ] -----------
หมุนเข็มนาฬิกากลับไปเมื่อสัก 2-3 ปีก่อน...
เวลาที่ผมไปเดินเที่ยวตามงานการ์ตูน หรืองานอินดี้ต่างๆ
คนภายนอกหรือเพื่อนฝูงบางคนที่ไม่เข้าใจ มักจะถามเชิงอคติกับผมว่า
"ไปเดินงานพวกนี้แล้วได้อะไรวะ?"
นั่นสิ! มาเดินงานพวกนี้แล้วได้อะไร?
หากเอาคำตอบที่ยียวนกวนง่ามเท้าให้คันยุกยิก คงเป็น
"ได้ของฟรี ของหายาก" พร้อมหัวเราะแห้งๆไม่งอกไม่ตับ ตามมา
แต่หากจะเอาคำตอบที่มาจากความรู้สึกจริงๆ จากก้นบึ้งของความรู้สึกล่ะก้อ
ผมบอกได้เลยครับว่า มางานแบบนี้แล้วได้ "แรงบันดาลใจ"
ผมยังจำวันแรกที่เพื่อนสนิท ( แต่ไม่ถึงขั้น "เพื่อน..กูรักมึงว่ะ" นะครับ )
ลากผมไปเดินงานการ์ตูนที่ตึกฐานเศรษฐกิจได้ดี
งานนั้นรู้สึกจะชื่องาน "คอมมิค ปาร์ตี้" หรืออะไรซักอย่างเนี่ยแหละครับ จำไม่ค่อยได้แล้ว
แต่สิ่งที่จำได้แม่นยำเลยก็คือ
"ความฝัน" ของเด็กเนิร์ดๆหลายคน ที่สังคมภายนอกมองพวกเค้าแค่ว่า "คนบ้าการ์ตูน"
ผมยืนมองดูผลงานการ์ตูนทำมือ หรือที่เรียกกันว่า "โดจิน"
ด้วยความทึ่งในฝีมือของน้องๆเหล่านั้นอย่างแรง
แน่นอนว่าลายเส้นอาจจะก๊อปมาจากการ์ตูนญี่ปุ่นแทบทุกระเบียดนิ้ว
แต่ใครจะสน ในเมื่อพวกน้องๆเหล่านั้นมีความ "ตั้งใจ" ในงานทุกชิ้น
ข้อด้อยของนักวาดการ์ตูนทำมือเหล่านี้ เท่าที่ผมพอจะมองเห็นเด่นชัดเลย นั่นก็คือ
"ความสร้างสรรค์สิ่งแปลกใหม่"
เพราะส่วนใหญ่มักจะนำงานที่มีอยู่แล้ว มาเขียนเชิงการ์ตูนล้อเลียน
หนักหน่อย ก็เอาตัวละครอย่างพระเอกกับผู้ร้าย มาเมคเลิฟกันแทนที่จะห้ำหั่นด้วยอาวุธเหมือนต้นฉบับ
แต่งานที่เจ๋งๆ ก็มีแอบอยู่เยอะเหมือนกันนะครับ
ผมรู้จักกลุ่ม "Let's" ครั้งแรกก็ในงานอย่างนี้แหละครับ
ตอนนั้น พี่ๆกลุ่มนี้ยังเป็นแค่กลุ่มคนการ์ตูนที่ความฝันแรงกล้า
เหมือนน้องๆคนอื่นๆในงานโดจินนั่นแหละครับ
ยังไม่ได้มีหนังสือออกวางตามแผงทุกแผง เหมือนทุกวันนี้หรอก
อย่างที่รู้ครับ
ว่าทุกวันนี้พี่ๆกลุ่ม "Let's" มีหนังสือที่เรียกได้เต็มปากเต็มคำว่า "นิตยสารการ์ตูน"
เพราะสามารถมีงานออกมาป้อนลูกค้าได้ทุกเดือน
เป็นสิ่งที่ผมกับเพื่อนสนิท แอบดีใจกันอยู่ลึกๆ
ในฐานะลูกค้าเก่าแก่ ตั้งแต่ยังเป็นหนังสือทำมือ ( ที่บ้านผมยังมีอยู่เลยนะครับ )
และนั่น ก็เหมือนแรงจุดประกายให้ผมกับเพื่อนสนิท
รวมมันสมองน้อยๆรังสรรค์หนังสือทำมือราคาถูก ( มาก ) ออกมาอาละวาดตามงานการ์ตูนอยู่ 1 เล่ม
ภายใต้ชื่อว่า "Imp อิ๊ม อิ่ม" ( เมื่อหลายปีที่แล้ว )
คำว่า "Imp" หมายถึง ความซุกซน การไม่อยู่ในกรอบ
ส่วนอิ๊ม กับ อิ่มนั้น เปรียบเทียบว่าหนังสือทำมือเล่มนี้ คล้ายกับกะเพราะไข่ดาว
ที่ถูกโคตร แต่อิ้มแปล้
เนื้อหาในเล่มมีทั้งการ์ตูน และเรื่องสั้น
ผลตอบรับดีเกินคาด เพราะขายหมดเกลี้ยง
ได้เงินมาก้อนนึงเก็บใส่ธนาคารไว้เพื่อเป็นทุนในการผลิตเล่มต่อไป
โดยคราวนี้ ตั้งใจกันไว้ว่าจะเสกให้รูปเล่มและงานออกมาให้ "อีพริ้ง" คนเริงเมืองกว่าเล่มแรกมาก
แต่จนป่านนี้ หนังสือเล่มที่ว่าก็ยังไม่ถึงกำหนดคลอด ทั้งๆที่ตัวงานก็มีพร้อมแล้ว
ด้วยเหตุผลเรื่องเดียวโดดๆคือ "เงิน"
ล่าสุดที่งาน 4B
ช่วงที่พี่ๆนักเขียนการ์ตูนทั้ง 4 ตอบคำถามของแควนๆนั้น
ผมชอบอยู่คำตอบนึง ถ้าหากอัลไซเมอร์ไม่รับ'ทาน คนที่ตอบรู้สึกจะเป็นเฮียเส็ง...โลกของเรานะครับ
พี่เค้าตอบประมาณว่า
"อะไรกันนักกันหนา กระเหี้ยนกระหือรือกันนัก บ้านนี้เมืองนี้จะเอากันให้ตายเลยหรือไง"
อ้าว! นั่นมันคำตอบของตั่วเฮียหมัก..นายกของเรานี่นา ( ฮา )
เฮียเส็ง..โลกของเรา เค้าพูดราวๆว่า เล่มแรกๆที่เค้าทำออกมาเนี่ย
ลงมือทำกันเองทุกอย่างเลย "เหนื่อยแต่สนุก"
ผมชอบคำว่า "เหนื่อยแต่สนุก" มากเลยนะครับ
เพราะความรู้สึกแบบนี้ มันหมายถึงการมีความสุขมากๆกับสิ่งที่เราลงมือทำอยู่
แม้จะเหนื่อยจนอยากจะไถลตัวนอนแค่ไหนก็ตาม
เคยมีนักบวชลัทธิเต๋าสมชายหรืออะไรซักอย่างเนี่ยแหละครับ ผมก็จำไม่ค่อยได้แล้ว
แต่แกเคยกล่าวไว้ว่า
"หากเราได้ทำงานในสิ่งที่เรารัก เท่ากับว่าชีวิตนี้เราไม่ต้องทำงานอีกแล้ว"
คมกริบจนเลือดซิบเลยเนาะ
ผมอยากให้ทุกคนที่มีความฝัน ไม่ว่าจะฝันอะไรก็ตาม
ลองหาบุคคลซักคนเป็นไอดอลในการดำเนินรอยตามความฝันนั้นดูนะครับ
จะเป็นพี่ๆ 4 คนในงานประหลาดนั่นก็ได้
แต่ขออย่างเดียวอย่ายึดปากของนายกพับนกของบางประเทศเป็นแบบอย่างก็แล้วกัน ( ไม่ฮา )
ผมว่ากว่าพวกพี่ๆเค้าจะเดินมาจนถึงจุดนี้ได้
เส้นทางมันไม่ได้เรียบหรูเหมือนปูด้วยพรหมวิหารแดงทั้ง 4 หรอกครับ
เพื่อนๆทุกคนที่กำลังไล่ล่าความฝันทุกคน หากใครได้ไปงาน 4B มาแล้ว
หากเจออุปสรรคอะไร หนักหนาแค่ไหน
เพื่อนๆอย่าพึ่งท้อนะครับ
หากมันหนักหนาสาหัสมาก ก็วางมันไว้ก่อน
หาอย่างอื่นทำไปก่อนซักพัก แล้วกลับมาลุยกับความฝันกันต่อ
เหมือนผมกับเพื่อนสนิท ( ย้ำอีกทีว่าไม่ถึงขั้น "เพื่อน..กูรักมึงว่ะ" ) น่ะครับ
อีกไม่นาน จะกลับมาสานความฝันที่ค้างไว้กันต่อ
สู้ๆ Fighto!
----------- [ O ] -----------
เอนทรีนี้ แด่...นักล่าฝัน ( ที่ไม่เกี่ยวกับ AF ) ทุกหน่อ

เเต่กลัวจะร้องเป็นที่เเตกตื่น
ไว้ว่างๆมาเจอกันอีกเนาะ
#1 By KusaYoshi on 2008-07-10 10:25