เรื่องหน้ามึน

posted on 02 Aug 2008 16:35 by oxitoxin in Freestyle

เพื่อนๆเคยเกิดอาการหน้ามึนกันบ้างมั้ยครับ?

ผมเอง  ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาเนี่ย ประสบพบเจอเรื่องหน้ามึนต่างๆมากมาย 
ไล่ระดับตั้งแต่เรื่องหน้ามึนนิดๆ ไปจนถึงเรื่องหน้ามึนตึ้บๆเลยทีเดียวเชียว
และเนื่องจากวันนี้เป็นวันที่ประเทศไทยเกิดสุริยุปราคา, จันทรุปราคา
และพจมานแอนด์โคโดนศาลสั่งจำคุก 3 ปีคาตา ( ?? )
ผมจึงขออนุญาตนำเรื่องหน้ามึนๆ  ที่รวบรวมได้มานำเสนอ 
พร้อมกันนี้หากเพื่อนๆคนใด  มีคำตอบเรื่องหน้ามึนๆเหล่านี้ให้ผมคลี่คลายและหายความหน้ามึน
ผมมีจดหมายลูกโซ่ของพระครูธรรมโชติส่งไปให้เป็นเพื่อนๆเขียนต่อเพื่อศิริมงคลแก่ชีวิต
เป็นสิ่งตอบแทนด้วยนะครับ ( ?? )

---------- ( o O ) ----------

๑ )  เรื่องหน้ามึนเรื่องที่หนึ่ง : วิธีลดโลกร้อนแบบไทยๆ
       อัตราความหน้ามึน : ๔ กะโหลก

ถุงผ้าลดโลกร้อนกำลังฮิตติดเทรด์มากเลยครับ
เพราะนอกจากจะเก๋ไก๋ไสลด์หนอนแล้ว 
มันยังทำให้เราดูเป็นคนมีหัวคิดและเสมือนเป็นคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมอีกต่างหาก 
โอ้ว....ใครกันนะช่างเป็นคนคิดไอเดียนี้  ช่างประเสริฐเลิศศรีมณีฉายจังเลยเนอะ
ว่าแล้วเดี๋ยวนี้เราเลยเห็นใครต่อใครต่างก็หันมาใช้ถุงผ้าลดโลกร้อนกันทั่วบ้านทั่วเมืองเลย
( น่าชื่นใจดีแต๊ )

แต่ช้าก่อน...เรื่องหน้ามึนของผมเรื่องแรกมันเกิดขึ้นก็เพราะอีถุงผ้าลดโลกร้อนเนี่ยแหละครับ
มึนแรก  คือมึนที่ราคาของถุงผ้าตอนนี้กระฉูดแตกถึง ๒,๓๐๐ บาทไทย ( สองพันสามร้อยบาทไทย ) !!!
( อีบ้า นี่มึงจะเอากันให้ตายเลยชิมิเนี่ย บ้านนี้เมืองนี้มันเป็นอะไรกันไปหมดแล้ว )
มึนที่สอง  คือมึนเมื่อเห็นคุณน้องหน้าใสรุ่นใหม่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมซื้อเสื้อสายเดี่ยว 
แล้วเอาเสื่อสายเดี่ยวที่อยู่ในถุงพลาสติก ( ที่ทางร้านใส่ให้ ) ใส่ลงไปในกระเป๋าผ้าลดโลกร้อนอีกที ???
อ้าว! สรุปแล้วอีถุงผ้าที่ชีสะพายอยู่นั่นน่ะ  มันมีไว้ใส่ถุงพลาสติกอีกทีชิมิเนี่ย 

มึนสุดท้าย  อันนี้มึนหนักหน่อย
เพราะเมื่อต้นปีเคยเห็นองค์กรไหนซักแห่ง จัดนิทรรศกาลลดโลกร้อนขึ้น
คือจัดน่ะดีแล้ว  แต่นิทรรศการลดโลกร้อนพี่เล่นจัดในห้องแอร์ซะงั้น
จัดในห้างชื่อดังแห่งหนึ่ง ( แล้วทำไมผมต้องใช้คำว่าห้างชื่อดังแห่งหนึ่งด้วยวะ )
คิดเล่นๆวันนึงต้องเปิดแอร์อย่างต่ำๆ ๑๐ ชั่วโมงขึ้น  ไหนจะกระดาษที่ใช้แจกในงานอีก
คือผมว่าไปจัดในสวนสาธารณะก็ดีนะครับ  เพราะมันดูเข้าคอนเซปท์กว่า
และที่สำคัญจัดในสวนมันร้อน here here
คนไปเดินในงานจะได้เข้าถึงและตระหนักว่า  "ศาสตร์...โลกแม่มร้อนจริงๆนี่หว่า  กรูนึกว่าหลอก"
( เอ...หรือว่าผมจะฮาร์ดคอร์ไป? )

---------- ( o O ) ----------

๒ )  เรื่องหน้ามึนเรื่องที่สอง : มอเตอร์ไซค์ติดเครื่องเสียง
       อัตราความหน้ามึน : ๔ กะโหลก

ไม่รู้นะครับว่าใครเป็นคนแรกที่คิดไอเดียนรกแตกนี้ขึ้นมา

รถยนตร์ติดเครื่องเสียง อันนี้ผมเข้าใจครับ 
เพราะถึงก็เปิดดังแค่ไหน  เสียงมันก็ยังถูกจำกัดบริเวณให้ถล่มกระดูกค้อน โกลนและทั่งอยู่แค่ในรถ
แต่มอเตอร์ไซค์ติดเครื่องเสียง  อันนี้หน้ามึนครับ 
คือไม่เข้าใจครับ ว่าพี่แกติดเครื่องเสียงไว้ทำไม?  ในเมื่อติดไว้แล้วพี่แกก็ใส่หมวกกันน็อค!
อ๋อ...หรือว่าพี่แกเป็นคนใจดีครับ
อยากให้ผู้ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆได้ฟังเสียงสวรรค์จากรถของแก  แบบว่าแบ่งปันความสุขอะไรประมาณนั้น 
หรือไม่พี่เค้ายังไม่รู้ครับว่า  ปัจจุบันนี้มนุษย์ประดิษฐ์เครื่องฟังเพลงแบบพกพาที่เรียกว่า mp3 ได้แล้ว
แถมราคายังถูกกว่าเครื่องเสียงที่พี่เค้าติดตั้งอีก

อีกอย่างที่หน้ามึนเสมอเวลาเจอพวกมอไซค์ใส่เครื่องเสียงพวกนี้
นั่นคือพี่แกจะไม่ค่อยฟังเพลงคลาสสิคหรือเพลงแจ๊สเบาๆ เย็นสบาย 
แต่เพลงที่พวกพี่ๆเค้านิยมเสพกันนั่นก็คือ  เพลงแดนซ์กระจาย ชนิดที่ควายหลับยังสะดุ้ง
แดนซ์กระจายอย่างเดียวไม่พอ  มันต้องมีเสียงดีเจปากหมาที่คอยแซวโคโยตี้ด้วยจึงจะครบสูตร 
"แหม้....ดูน้องดัดฟันคนนั้นซิครับ  เต้นเบาๆหน่อยน้อง เดี๋ยวซิลิโคลนทะลัก 
ฮะฮ้า....ทางซ้ายวันนี้น้องไบค์ก็มา แหม้...วันนี้น้องไบค์แต่งตัวได้น่าขี่สมชื่อจริงๆเลยนะน้อง ฮิฮิ๊ววววว"

หนักหน่อยพี่แกเล่นเปิดเพลง "ไม่มีเธอ" ของวง Retrospect
"ไม่มีเธอ...ม่ายมีเธอออออ ว้ากกกกกกก ย้ากกกกกก ว้ากกกกกก ย้ากกกกกก โฮกกกกกกกกก"
( คือกรุณาเติมแต่งจินตนาการเอาเองนะครับ  เพราะผมจนปัญญาที่จะบรรยายเสียงของพี่เค้าจริงๆ )
บางคันเป็นคอเพลงมีระดับครับ  พี่เค้าเสพ Slipknot  อัตราความสั่นกะโหลกไม่แพ้กันเท่าไหร่
แหม้...เปิดเพลงของคนหูเหล็กแบบนี้ 
คนที่โดยสารรถสองแถวแล้วเสือกจอดติดไฟแดงข้างๆรถพี่เค้าอย่างผม
หน้ามึนมากครับ

---------- ( o O ) ----------

๓ )  หน้ามึนเรื่องที่สาม : คนหูหนวกบนสถานีรถไฟฟ้า
       อัตราความหน้ามึน : ๕ กะโหลก

ช่วงเวลาแปดนาฬิกาตรง  และสิปแปดนาฬิกาตรงเผงของทุกๆวัน 
ผมจะพบคนหูหนวกบนสถานีรถไฟฟ้าเป็นจำนวนมากเลยครับ

โดยเฉพาะแปดโมงเช้าที่ไม่จำกัดแค่วันอังคาร  ซึ่งเข้าใจว่าเป็นช่วงเวลาที่เร่งรีบมากๆๆๆๆๆ
ผู้คนล้นทะลักจนแทบจะขี่คอกันยืนบนรถไฟฟ้า 
บันไดทางขึ้นและลงชานชาลาฝูงมนุษย์เงินเดือนแออัดและทะยานยัดกันจนเกือบจะเหยียบกันตาย
แต่ถึงทุกคนจะรีบกันขนาดไหน  เมื่อได้ยินเสียงเพลงชาติไทย
ทุกคนต้องหยุด!
เป็นเรื่องที่ทุกคนเข้าใจตรงกันตั้งแต่เรียนอนุบาล

อนุญาตหากคุณเป็นฝรั่งตาน้ำข้าว หรือเป็นยุ่นหน้าตี๋ที่มาเปิดธุรกิจเพื่อโขกสับคนไทยในสยามประเทศ
คุณเดินไปเหอะ  จะวิ่งลมกรดห้าร้อยเมตรเพื่อเก็บเป็นสถิติโอลิมปิคก็ไม่มีใครว่า
แต่หากคุณเป็นคนไทย  ใครไม่หยุดยืนตรงเพื่อทำความเคารพเพลงชาติ
ผมแช่งให้จู๋เล็กเท่าไม้จิ้มฟันทุกคนแหละครับ

เพลงชาติไทย ใช้เวลายืนตรงไม่ถึงหนึ่งนาที 
ผมว่ามันคงไม่ทำให้คุณพลาดสิ่งดีๆอะไรในชีวิตไปหรอกครับ 
บางคนเป็นพนักงานออฟฟิศ  บ้างก็ใส่สูทผูกไทดูดีมีชาติตระกูล
ที่มึนสุดคือนักศึกษา  เดินเม้าท์โทรศัพท์อย่างสราญอุรา 
ทั้งๆที่คนอื่นเค้ายืนตรงแด่วเป็นเสาตกน้ำมันกัน
ชีวิตคนเมืองมันรีบ  อันนี้รู้  แต่เรื่องง่ายๆที่แสดงออกถึงความรักชาติแค่ยืนตรงแค่นี้กลับไม่ยอมทำ

ผมเคยมองโลกในแง่ดีนะครับ
ผมคิดว่าพวกพี่ๆที่เค้าไม่หยุดยืนตรงน่ะ  ถ้าไม่ใช่คนต่างชาติก็ต้องเป็นคนไทยที่หูหนวกแน่ๆ
น่าสงสารนะครับ  ( T T )  เกิดมาทั้งทีอวัยวะก็ไม่ครบสามสิบสอง
แต่เอ....คิดอีกที  คนหูหนวกเค้าคุยโทรศัพท์ได้เหรอคับ
ผมหน้ามึนจัง?????

---------- ( o O ) ----------

๔ )  เรื่องหน้ามึนเรื่องที่สี่ : อ่านอะ เดย์ไม่สนุก
       อัตราความมึน : ๓ กะโหลก

เป็นกันบ้างมั้ยครับ  สำหรับสาวกอะ เดย์รุ่นบุกเบิก

ยังจำตอนที่อ่านอะ เดย์เล่มแรกๆได้เลยครับ 
ยุคนั้นยังเป็นแบบเย็บกลางปล้องด้วยลวดเย็บกระดาษอยู่เลย
ความทรงจำบอกกับผมว่า  นี่เป็นนิตยสารที่อ่านสนุกและสามารถอ่านได้ทุกหน้า
รวมไปถึงนิตยสารแฮมเบอร์เกอร์ด้วย

ความหน้ามึนเริ่มก่อเกิดตั้งแต่อะ เดย์และแฮมเบอร์เกอร์เปลี่ยนมาเป็นแบบสันกาว
ตั้งแต่นั้นมา  ทำไมผมถึงรู้สึกว่าอ่านอะ เดย์และแฮมเบอร์เกอร์ไม่ครบทุกคอลัมน์แล้วก็ไม่รู้
จากอ่านไม่ครบทุกคอลัมน์  เริ่มกลายพันธ์มาเป็นอ่านแล้วไม่ค่อยเก็ท
บางคอลัมน์ต้องอ่านวนสองรอบ  ถึงเริ่มจะเข้าใจ
จนในที่สุดการอ่านอะ เดย์สำหรับผมเริ่มไม่สนุกและไม่ผ่อนคลายเหมือนแต่ก่อน

ออกตัวก่อนว่าอะ เดย์ยังเป็นหนังสือดีอยู่นะครับ
แต่เป็นหนังสือดี  ที่ผมหน้ามึนไปเอง
( ขอละไว้สำหรับคอลัมน์ของคุณวินทร์  ที่ผมชอบมากๆและคงเดิมไว้ตลอด )

---------- ( o O ) ----------

๕ )  เรื่องหน้ามึนเรื่องสุดท้าย ( ซะที ) : เมกะสโตร์ของแมนฯซิตี้สาขาสยามประเทศ       
       อัตราความหน้ามึน : ๑๐ กะโหลก

ผมว่าคนไทยทุกคนก่อนตาย 
ชาตินี้ไม่ควรพลาดการไปเหยียบเมกะสโตร์ของสโมสรแมนฯซิตี้ในเมืองไทยกันซักครั้งนะครับ

ผมเคยเห็นหน้าหมา เอ้ย! หน้าม้าของสโมสรนี้บางตัว เอ้ย! บางคน
ตั้งกระทู้แนะนำเมกะสโตร์ของสโมสรอันเกรียงไกรสโมสรนี้ในเวบพันทิพนะครับ 
ซึ่งเมกะสโตร์ของสโมสรแมนฯซิตี้สาขาในเมืองไทยนี้ก็ตั้งอยู่ในตึกของทั่นประธานนั่นแหละครับ

โดยปกติแล้ว
เมกะสโตร์จะรวบรวมผลงานและของที่ระลึกของนักเตะระดับตำนานของสโมสรเอย 
นักเตะดังๆในปัจจุบันเอย  เสื้อของซุปเปอร์สตาร์เอย  ประวัติของกุนซือรุ่นบรมครูเอย
แต่เมกะสโตร์ของแมนฯซิตี้สาขาสยามประเทศนี่เป็นที่เดียวในโลกครับ
ที่มีแต่ประวัติทางการเมืองอันน่ายกตีนกราบของทั่นประธานสโมสรฟุตบอล 
หนำซ้ำยังมีรูปทั่นประธานบานเบ้อเริ่มราวกับอนุสาวรีย์ของบิล์ แชงค์ลี่ย์ที่หน้าสโมสรลิเวอร์พูลทีเดียว
เห็นแล้วน่าสยดสยองมากเลยครับ

เอ....ฤสโลแกนที่ว่า  "คนไทย ถ้าตั้งใจทำอะไรก็ไมแพ้ชาติใดในโลก"  จะเป็นเรื่องจริง
ผมหน้ามึนมากเลยครับ

---------- ( o O ) ---------- ( o O ) ---------- ( o O ) ----------

 

 

Comment

Comment:

Tweet

มึนบ่อยกับคนหูหนวกบนรถไฟฟ้า(เพราะขึ้นประจำ)


ปล.คนพากย์เป็นโคชบาสทีมชาติอ่ะค่ะcry

#11 By Nemo on 2008-08-11 16:41

โหวตให้เรื่องอ่านอะเดย์ไม่สนุกเหมือนก่อน ...เห็นด้วยอย่างแรง sad smile ไม่รู้ว่าตัวเองแก่ขึ้น หรือหนังสือเค้าเปลี่ยนไปกันแน่น๊า sad smile
sad smile มึนจริงๆด้วยครับ..มอเตอร์ไซค์ติดเครื่องเสียงนี่เคยมีประสบการณ์เช่นกัน

ตอนนี้กะลังมึนกะมนุษย์ประหลาดตามท้องถนน ทั้งพวกขี่รถย้อนศร + ฝ่าไฟแดง(อันนี้เจอแทบทุกวันShit!)+ ขี่รถปิดไฟหน้าตอนกลางคืน + จะเลี้ยวจะจอดหรือจะออกซอย ก็สามารถทำได้อย่างฉับพลันเหมือนมันนึกว่าขี่รถอยู่บนทุ่งหญ้าโล่งๆsad smile

#9 By GuGGGar on 2008-08-08 13:18

โอย....มึน มีนเฮดบลอค


ดู๊...ดู สมัยนี้เด็กแบเบาะก็จับมาออกเทป จะเน้นเด็กหน้าใสกันไปถึงไหน วงการเพลงไทยนี่มันแย่ลงทุกวันแล้วนะ รับไม่ได้!!!!

(แซวคุณพ่อเล่นแล้วก็เผ่น ๕๕๕)

#8 By พัดทอง on 2008-08-04 21:49

มึนทุกเรื่อง

#7 By eeddy(อี๊ด) on 2008-08-04 20:39

^
^
^
แหม้...มึเอารูปลูกลง ก็ยังดีกว่ามึนเอารุปสาวแว่นลงนะขอรับopen-mounthed smile

#6 By Oxitoxin on 2008-08-04 19:10

มึนได้ดีมากครับ
ตอบแบบๆมึนๆละนะคร้าบบบ~~
ไอ้บางมึนน่ะเห็นคนมึนแล้วพอจะมึนแบบขำๆไปได้
แต่ไอ้มึนไม่เคารพธงชาติเนี่ย กระผมว่ามันมึนแบบบ้าๆว่ะ
แมร่งเคยเรียนอนุบาลมาป่าวไม่รู้
....
...
..
..
.
มึนข้อสุดท้ายกระผมว่าไอ้ท่านผู้นั้นมึนสุดๆครับ
ปล.เห็นด้วยว่าอะเดย์อ่านแล้วมึน...อ่านไม่รู้เรื่องเหมือนกัน
ปล.2 เจ้าของบล๊อกมึนเอารูปลูกลงบ่อยจังนะจ๊ะopen-mounthed smile
อะเดย์ตอนนี้มันเหมือนเป็นสัญลักษณ์ของความเเนวไปเเล้วค่ะ

#4 By KusaYoshi on 2008-08-04 11:14

น่ามึนจริงๆsad smile

#3 By wesong on 2008-08-04 10:55


มึนถูกใจทุกเรื่อง..ให้โหวต..Hot!

ปล. ตอนนี้ที่มึนที่สุดก็มึนกับความคิดพวกที่วางระเบิด..

#2 By 12345 on 2008-08-04 10:51

หน้ามึนเวลากดตังค์กดไปตั้งนานแล้ว ใส่ตัวเลขแล้ว รอรับตังค์


มาบอกขออภัย งดบริการ sad smile

#1 By แมงปอ on 2008-08-04 10:39