เรื่องเล่า..เช้าวันแม่
posted on 11 Aug 2008 16:39 by oxitoxin in Freestyle* กดรีเฟรชหรือ F5 ตามสะดวก เพื่อยลโฉมเฮดบลอคใหม่รับวันแม่นะครับ (^ ^)
น่าแปลกนะครับ ที่คำว่า "แม่" ในหลายๆประเทศก็จะใช้ตัวอักษร 'ม' หรือ 'M' เหมือนๆกัน
อาทิเช่น
- คนไทยเรียกผู้มีพระคุณเพศหญิงนี้ว่า "แม่"
- คนอังกฤษเรียก "Mother"
- คนฝรั่งเศสเรียก "มาแม"
- คนแขกเรียก "มามี๊"
- คนจีนเรียก "ม่าม๊า"
- ภาษาบาลีเรียกว่า "มาตา"
- ภาษามลายูคือ "มะ"
- ภาษาสันสกฤตเรียก "มารดา"
- คนญี่ปุ่นเรียก "มาม่าซัง" ???
อ้าว! ไม่ใช่หรอกเรอะ โทษทีครับ มั่วไปหน่อย กำลังเพลินน่ะ แหะๆ
แต่ไม่ว่าจะเรียกผู้มีพระคุณเพศหญิงคนนี้ด้วยภาษาไหน หรือจะเรียกว่าอะไรก็ตามแต่
ความหมายของ "แม่" ก็ยิ่งใหญ่เหมือนกันหมดนั่นแหละครับ
ไม่เชื่อเพื่อนๆลองดูชื่อเรียกของสิ่งต่างๆรอบตัวเราต่อไปนี้สิครับ
- เป็นใหญ่ในทางน้ำ คือ "แม่น้ำ"
- เป็นใหญ่ในทางนา คือ "แม่โพสพ"
- เป็นใหญ่ในทางดิน คือ "แม่ธรณี"
- เป็นใหญ่ในทางกองทัพ คือ "แม่ทัพ"
- เป็นใหญ่ในทางทรงพลัง คือ "แม่แรง" ฯลฯ
ใช่ไหมครับ
อะไรก็ตามที่ยิ่งใหญ่ หรือมีอำนาจมาก คนโบราณเราก็มักจะนำคำว่า "แม่" ไปนำหน้าเสมอ
----------
สมัยที่ผมบวชเรียนอยู่ที่ต่างจังหวัดนั้น มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับ "แม่" อยู่หลายเรื่องที่น่าสนใจนะครับ
ยกตัวอย่างเช่น เรื่องของ "เก๋" เด็กสาวกับวันเกิดที่เปลี่ยนชีวิตเธอไปตลอดกาล
เรื่องของเรื่องก็คือ....
เก๋ เป็นลูกสาวคนเดียวของแม่คำ หมอตำแยที่มีชื่อเสียงของตำบลนั้น
เก๋เป็นเด็กที่ชอบสนุก และเอาแต่ใจตัวเอง ถึงแม้ยายคำผู้เป็นแม่จะเตือนและคอยดุอยู่บ่อยๆ
แต่เก๋ก็ไม่ค่อยจะยอมฟังแม่บังเกิดเกล้าคนนี้เลย
.
เมื่อถึงวันเกิดครบอายุ ๑๘ ของเก๋
เก๋ออกไปเที่ยวข้างนอกกับเพื่อนๆผู้ชาย โดยปล่อยแม่ทิ้งไว้กับบ้านตามลำพัง
ไม่แม้แต่จะเหลียวแลหรือสนใจใยดี แม่ของตัวเองแม้แต่น้อย
รุ่งเช้า
เก๋นั่งโอบเอวของแฟนหนุ่มที่ขี่มอเตอร์ไซค์มาส่งหน้าบ้าน
หลังจากร่ำลากันเป็นที่เรียบร้อย
สาวน้อยจึงเดินทอดน่องไปหาแม่ที่ห้อง เพื่อต้องการทวงของขวัญจากแม่ในวันเกิดครบ ๑๘ ปีของเธอ
ก่อนจะพบกับร่างไร้วิญญาณของแม่นอนสิ้นลมหายใจอยู่ในครัว !!!
พร้อมกันนั้น บนโต๊ะอาหาร เก๋ยังพบเค้กที่ยังไม่ได้ปักเทียน แต่มีข้อความสั้นๆบนเค้กว่า
"สุขสันต์วันเกิดเก๋ ลูกรักของแม่" วางอยู่
.
เก๋แทบเสียสติ และร้องไห้จนตาบวมฉึ่งอยู่เจ็ดวันเจ็ดคืน แต่นั่น..
มันไม่ได้สักกระผีก....
ต่อความเจ็บปวดที่แม่บังเกิดเกล้าเบ่งเธอคนนี้ออกมาลืมตาดูโลกเมื่อ ๑๘ ปีที่แล้วหรอก
แม่ตาย ในวันเกิดของเก๋
วันเกิดของเธอ วันที่เธอคิดว่าวันๆนี้คือวันของเธอ คือวันที่ทุกๆคนต้องมอบของขวัญพิเศษๆให้กับเธอ
เก๋เข้าใจผิดมาตลอด
"แม่" ต่างหากที่เป็นเจ้าของวันเกิดวันนี้ของเก๋
คนที่เก๋ควรจะ "ให้" ของขวัญคือแม่ ไม่ใช่แม่เป็นคน "ให้" ของขวัญกับเก๋
เพราะ "แม่" ให้เก๋มามากพอแล้ว ตลอด ๑๘ ปีที่ผ่านมา
.
เก๋เคยคิดฆ่าตัวตายอยู่หลายครั้ง แต่ก็ไม่เคยสำเร็จซักที เธอจึงไปปรึกษาหลวงพ่อ
หลวงพ่อจึงสอนเก๋ว่า วิญญาณของแม่เก๋ต้องเสียใจมากแน่ๆ หากรู้ว่าเก๋คิดจะทำลายชีวิตตัวเอง
ทั้งๆที่แม่ของเก๋เป็นคนเลี้ยงดูชีวิตนี้ของเก๋มาทั้งชีวิต
หลวงพ่อจึงแนะนำให้เก๋ลองมาทำวิปัศสนา บวชชีพราหมณ์ที่วัดดู เพื่อสงบจิตสงบใจ
และไตร่ตรองดูชีวิตที่ผ่านมา รวมไปถึงชีวิตในอนาคตของเก๋
จนกระทั่งเก๋ค้นพบทางสว่าง จึงบวชเป็นชีรับใช้พระศาสนาเพื่อ "แม่" ของเธอตลอดชีวิต
---------- ( T T ) ----------
อีกเรื่อง เป็นเรื่องของ "อาร์ท" เด็กแวนท์แฟนของเก๋นั่นแหละครับ
เรื่องมีอยู่ว่า....
"อาร์ท" เป็นเด็กที่เกเร ชอบซิ่งมอเตอร์ไซค์เป็นชีวิตจิตใจ และรักการโดดเรียนพอๆกับกับรักเก๋
อาร์ทอยู่กับแม่แค่สองคน ส่วนพ่อไปทำงานที่กรุงเทพฯ นานๆจะกลับมาทีนึง
แต่ถึงอาร์ทจะเกเรเกตุงมากขนาดไหน
อาร์ทก็เป็นเด็กที่รักแม่มากที่สุดคนนึง
.
แต่ถึงอาร์ทจะรักแม่มากขนาดไหน
อาร์ทก็ไม่เคยแสดงออกถึงความรักที่มีต่อแม่เท่าไรนัก
ถึงอาร์ทจะอยากกอดแม่มากนาดไหน
อาร์ทก็รู้สึกกระดากและเขินอายทุกครั้ง ที่จู่ๆจะเดินเข้าไปกอด
ต่างกับที่อาร์ทแสดงออกทางความรักต่อเก๋แฟนสาวอย่างสิ้นเชิง
ซึ่งอาร์ทเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม?
.
จนกระทั่งแม่ของเก๋เสียลง
อาร์ทจึงรู้สึกปลงตกต่อเรื่องราวที่เกิดขึ้น
อาร์ทเริ่มตระหนักแล้วว่า เวลาของคนเรานั้นมันสั้นเกินกว่าที่ความต้องการของเรามีมากนัก
อาร์ทรู้สึกอยากกอดแม่ทุกๆวัน อยากกอดแม่ในตอนที่แม่ของอาร์ทยังมีลมหายใจ
ไม่ใช่กอดแม่ในร่างไร้วิญญาณเหมือนเก๋
ที่ผ่านมาอาร์ทผลัดวันประกันพรุ่งมาตลอด
เพราะคิดว่าชีวิตก็เหมือนเพลงของบอดี้สแลมที่ว่า "ชีวิตยังมีพรุ่งนี้เสมอ"
แต่จากเหตุการณ์ของเก๋ ทำให้อาร์ทโยนความคิดนั้นลงถังขยะทันที
.
คิดได้ดังนั้น
อาร์ทจึงโทรศัพท์ไปบอกแม่ว่าอาร์ทรักแม่นะ
ถึงแม้แม่จะงงๆกับปฏิกิริยาของไอ้ลูกคนนี้อยู่บ้างแต่แม่ก็ไม่ขัดอะไร ปล่อยให้อาร์ทพูดไปเรื่อยๆ
อาร์ทยังอ้อนแม่ต่ออีกว่า อยากกินน้ำพริกฝีมือแม่
อาร์ทจะซื้อเครื่อปรุงกลับบ้านไปให้แม่ทำให้อาร์ทกินนะ แล้วแม่นั่งกินกับอาร์ทนะ
อาร์ทจะกอดแม่แน่นๆด้วย
แม่ตบปากรับคำ พร้อมกับหุงข้าวและเข้าครัวเพื่อเตรียมทำน้ำพริกไว้ให้ลูกรัก
.
เวลามักหมดอายุ โดยที่เรายังไม่ทันได้ใช้มันอยู่เสมอ
อาร์ทขี่มอเตอร์ไซค์ด้วยความเร็วสูงจนประสบอุบัติเหตุชนกับรถกระบะ
อาร์ทเสียชีวิตคาที่
อาร์ทจากโลกนี้ไป โดยที่ยังไม่ทันได้ใช้อ้อมกอดที่เค้าต้องการตระกองกอดกับแม่บังเกิดเกล้าเลย
---------- ( T T ) ----------
ผมอยากให้เรื่องเล่าทั้งสองเรื่องนี้ เป็นดั่งกระจกเพื่อสะท้อนถึงตัวเราเองกันนะครับ
ทุกคนรู้กันอยู่แล้วว่า "แม่" นั้นยิ่งใหญ่แค่ไหน
และพวกเราทุกคนก็รัก "แม่" กันมากจนไม่ต้องสาธยายเยิ่นเย้อ
แต่เราจะแสดงความรักของเราที่มีต่อท่านเมื่อไหร่กันดีครับ ?
วันนี้, พรุ่งนี้, เดือนหน้า, ปีหน้า หรือว่าชาติหน้า !!!
ในเมื่อ 'เวลา' ที่เราคิดว่ามีถมถืด
มันอาจหมดอายุของมันโดยไม่บอกไม่กล่าวกับเราเข้าสักวันนึงก็ได้
ไม่ต้องรอวันแม่หรือวันเกิดหรอกครับ
เดินเข้าบ้านไปวันนี้ ไปกอดแม่กันให้หนำใจกันเลย
กอดราวกับว่านี่คือวันสุดท้ายของชีวิตเรา กอดแม่อย่างนี้ทุกๆวัน
กอดท่านในขณะที่เราและท่านยังมีลมหายใจอยู่
แล้วคุณจะได้ไม่ต้องมาเสียใจภายหลังเหมือน "เก๋" และ "อาร์ท"

posted by Oxitoxin

#1 By wesong on 2008-08-12 09:19