* กดรีเฟรชหรือ F5 ตามสะดวก เพื่อยลโฉมเฮดบลอคใหม่รับวันแม่นะครับ (^ ^)

น่าแปลกนะครับ ที่คำว่า "แม่" ในหลายๆประเทศก็จะใช้ตัวอักษร 'ม' หรือ 'M' เหมือนๆกัน
อาทิเช่น

-  คนไทยเรียกผู้มีพระคุณเพศหญิงนี้ว่า  "แม่"
-  คนอังกฤษเรียก  "Mother"
-  คนฝรั่งเศสเรียก  "มาแม"
-  คนแขกเรียก  "มามี๊"
-  คนจีนเรียก  "ม่าม๊า"
-  ภาษาบาลีเรียกว่า  "มาตา"
-  ภาษามลายูคือ  "มะ"
-  ภาษาสันสกฤตเรียก  "มารดา"
-  คนญี่ปุ่นเรียก  "มาม่าซัง" ???
อ้าว!  ไม่ใช่หรอกเรอะ โทษทีครับ มั่วไปหน่อย กำลังเพลินน่ะ แหะๆ

แต่ไม่ว่าจะเรียกผู้มีพระคุณเพศหญิงคนนี้ด้วยภาษาไหน หรือจะเรียกว่าอะไรก็ตามแต่
ความหมายของ "แม่" ก็ยิ่งใหญ่เหมือนกันหมดนั่นแหละครับ 
ไม่เชื่อเพื่อนๆลองดูชื่อเรียกของสิ่งต่างๆรอบตัวเราต่อไปนี้สิครับ

-  เป็นใหญ่ในทางน้ำ คือ "แม่น้ำ" 
-  เป็นใหญ่ในทางนา คือ "แม่โพสพ"
-  เป็นใหญ่ในทางดิน คือ "แม่ธรณี"
-  เป็นใหญ่ในทางกองทัพ คือ "แม่ทัพ"
-  เป็นใหญ่ในทางทรงพลัง คือ "แม่แรง" ฯลฯ

ใช่ไหมครับ
อะไรก็ตามที่ยิ่งใหญ่ หรือมีอำนาจมาก คนโบราณเราก็มักจะนำคำว่า "แม่" ไปนำหน้าเสมอ

----------

สมัยที่ผมบวชเรียนอยู่ที่ต่างจังหวัดนั้น มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับ "แม่" อยู่หลายเรื่องที่น่าสนใจนะครับ
ยกตัวอย่างเช่น เรื่องของ "เก๋" เด็กสาวกับวันเกิดที่เปลี่ยนชีวิตเธอไปตลอดกาล
เรื่องของเรื่องก็คือ....

เก๋ เป็นลูกสาวคนเดียวของแม่คำ หมอตำแยที่มีชื่อเสียงของตำบลนั้น
เก๋เป็นเด็กที่ชอบสนุก และเอาแต่ใจตัวเอง ถึงแม้ยายคำผู้เป็นแม่จะเตือนและคอยดุอยู่บ่อยๆ
แต่เก๋ก็ไม่ค่อยจะยอมฟังแม่บังเกิดเกล้าคนนี้เลย
.
เมื่อถึงวันเกิดครบอายุ ๑๘ ของเก๋
เก๋ออกไปเที่ยวข้างนอกกับเพื่อนๆผู้ชาย โดยปล่อยแม่ทิ้งไว้กับบ้านตามลำพัง
ไม่แม้แต่จะเหลียวแลหรือสนใจใยดี แม่ของตัวเองแม้แต่น้อย
รุ่งเช้า
เก๋นั่งโอบเอวของแฟนหนุ่มที่ขี่มอเตอร์ไซค์มาส่งหน้าบ้าน
หลังจากร่ำลากันเป็นที่เรียบร้อย
สาวน้อยจึงเดินทอดน่องไปหาแม่ที่ห้อง เพื่อต้องการทวงของขวัญจากแม่ในวันเกิดครบ ๑๘ ปีของเธอ
ก่อนจะพบกับร่างไร้วิญญาณของแม่นอนสิ้นลมหายใจอยู่ในครัว !!!
พร้อมกันนั้น บนโต๊ะอาหาร  เก๋ยังพบเค้กที่ยังไม่ได้ปักเทียน แต่มีข้อความสั้นๆบนเค้กว่า
"สุขสันต์วันเกิดเก๋ ลูกรักของแม่" วางอยู่
.
เก๋แทบเสียสติ และร้องไห้จนตาบวมฉึ่งอยู่เจ็ดวันเจ็ดคืน  แต่นั่น..
มันไม่ได้สักกระผีก....
ต่อความเจ็บปวดที่แม่บังเกิดเกล้าเบ่งเธอคนนี้ออกมาลืมตาดูโลกเมื่อ ๑๘ ปีที่แล้วหรอก
แม่ตาย ในวันเกิดของเก๋
วันเกิดของเธอ วันที่เธอคิดว่าวันๆนี้คือวันของเธอ คือวันที่ทุกๆคนต้องมอบของขวัญพิเศษๆให้กับเธอ
เก๋เข้าใจผิดมาตลอด
"แม่" ต่างหากที่เป็นเจ้าของวันเกิดวันนี้ของเก๋
คนที่เก๋ควรจะ "ให้" ของขวัญคือแม่ ไม่ใช่แม่เป็นคน "ให้" ของขวัญกับเก๋
เพราะ "แม่" ให้เก๋มามากพอแล้ว ตลอด ๑๘ ปีที่ผ่านมา
.
เก๋เคยคิดฆ่าตัวตายอยู่หลายครั้ง แต่ก็ไม่เคยสำเร็จซักที เธอจึงไปปรึกษาหลวงพ่อ
หลวงพ่อจึงสอนเก๋ว่า วิญญาณของแม่เก๋ต้องเสียใจมากแน่ๆ หากรู้ว่าเก๋คิดจะทำลายชีวิตตัวเอง
ทั้งๆที่แม่ของเก๋เป็นคนเลี้ยงดูชีวิตนี้ของเก๋มาทั้งชีวิต
หลวงพ่อจึงแนะนำให้เก๋ลองมาทำวิปัศสนา บวชชีพราหมณ์ที่วัดดู เพื่อสงบจิตสงบใจ
และไตร่ตรองดูชีวิตที่ผ่านมา รวมไปถึงชีวิตในอนาคตของเก๋
จนกระทั่งเก๋ค้นพบทางสว่าง จึงบวชเป็นชีรับใช้พระศาสนาเพื่อ "แม่" ของเธอตลอดชีวิต

---------- ( T T ) ----------

อีกเรื่อง เป็นเรื่องของ "อาร์ท" เด็กแวนท์แฟนของเก๋นั่นแหละครับ
เรื่องมีอยู่ว่า....

"อาร์ท" เป็นเด็กที่เกเร ชอบซิ่งมอเตอร์ไซค์เป็นชีวิตจิตใจ และรักการโดดเรียนพอๆกับกับรักเก๋
อาร์ทอยู่กับแม่แค่สองคน ส่วนพ่อไปทำงานที่กรุงเทพฯ นานๆจะกลับมาทีนึง
แต่ถึงอาร์ทจะเกเรเกตุงมากขนาดไหน
อาร์ทก็เป็นเด็กที่รักแม่มากที่สุดคนนึง
.
แต่ถึงอาร์ทจะรักแม่มากขนาดไหน
อาร์ทก็ไม่เคยแสดงออกถึงความรักที่มีต่อแม่เท่าไรนัก
ถึงอาร์ทจะอยากกอดแม่มากนาดไหน
อาร์ทก็รู้สึกกระดากและเขินอายทุกครั้ง ที่จู่ๆจะเดินเข้าไปกอด

ต่างกับที่อาร์ทแสดงออกทางความรักต่อเก๋แฟนสาวอย่างสิ้นเชิง
ซึ่งอาร์ทเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม?
.
จนกระทั่งแม่ของเก๋เสียลง
อาร์ทจึงรู้สึกปลงตกต่อเรื่องราวที่เกิดขึ้น
อาร์ทเริ่มตระหนักแล้วว่า เวลาของคนเรานั้นมันสั้นเกินกว่าที่ความต้องการของเรามีมากนัก
อาร์ทรู้สึกอยากกอดแม่ทุกๆวัน อยากกอดแม่ในตอนที่แม่ของอาร์ทยังมีลมหายใจ
ไม่ใช่กอดแม่ในร่างไร้วิญญาณเหมือนเก๋
ที่ผ่านมาอาร์ทผลัดวันประกันพรุ่งมาตลอด
เพราะคิดว่าชีวิตก็เหมือนเพลงของบอดี้สแลมที่ว่า "ชีวิตยังมีพรุ่งนี้เสมอ"
แต่จากเหตุการณ์ของเก๋ ทำให้อาร์ทโยนความคิดนั้นลงถังขยะทันที
.
คิดได้ดังนั้น
อาร์ทจึงโทรศัพท์ไปบอกแม่ว่าอาร์ทรักแม่นะ
ถึงแม้แม่จะงงๆกับปฏิกิริยาของไอ้ลูกคนนี้อยู่บ้างแต่แม่ก็ไม่ขัดอะไร ปล่อยให้อาร์ทพูดไปเรื่อยๆ
อาร์ทยังอ้อนแม่ต่ออีกว่า อยากกินน้ำพริกฝีมือแม่
อาร์ทจะซื้อเครื่อปรุงกลับบ้านไปให้แม่ทำให้อาร์ทกินนะ แล้วแม่นั่งกินกับอาร์ทนะ
อาร์ทจะกอดแม่แน่นๆด้วย
แม่ตบปากรับคำ พร้อมกับหุงข้าวและเข้าครัวเพื่อเตรียมทำน้ำพริกไว้ให้ลูกรัก
.
เวลามักหมดอายุ โดยที่เรายังไม่ทันได้ใช้มันอยู่เสมอ
อาร์ทขี่มอเตอร์ไซค์ด้วยความเร็วสูงจนประสบอุบัติเหตุชนกับรถกระบะ
อาร์ทเสียชีวิตคาที่
อาร์ทจากโลกนี้ไป โดยที่ยังไม่ทันได้ใช้อ้อมกอดที่เค้าต้องการตระกองกอดกับแม่บังเกิดเกล้าเลย

---------- ( T T ) ----------

ผมอยากให้เรื่องเล่าทั้งสองเรื่องนี้ เป็นดั่งกระจกเพื่อสะท้อนถึงตัวเราเองกันนะครับ
ทุกคนรู้กันอยู่แล้วว่า "แม่" นั้นยิ่งใหญ่แค่ไหน
และพวกเราทุกคนก็รัก "แม่" กันมากจนไม่ต้องสาธยายเยิ่นเย้อ
แต่เราจะแสดงความรักของเราที่มีต่อท่านเมื่อไหร่กันดีครับ ?
วันนี้, พรุ่งนี้, เดือนหน้า, ปีหน้า หรือว่าชาติหน้า !!! 

ในเมื่อ 'เวลา' ที่เราคิดว่ามีถมถืด
มันอาจหมดอายุของมันโดยไม่บอกไม่กล่าวกับเราเข้าสักวันนึงก็ได้
ไม่ต้องรอวันแม่หรือวันเกิดหรอกครับ
เดินเข้าบ้านไปวันนี้ ไปกอดแม่กันให้หนำใจกันเลย 
กอดราวกับว่านี่คือวันสุดท้ายของชีวิตเรา  กอดแม่อย่างนี้ทุกๆวัน 
กอดท่านในขณะที่เราและท่านยังมีลมหายใจอยู่
แล้วคุณจะได้ไม่ต้องมาเสียใจภายหลังเหมือน "เก๋" และ "อาร์ท"


 

posted by Oxitoxin

 

 

Comment

Comment:

Tweet

ซึ้งมาก

#10 By โดเรม่อน402 (61.7.170.240) on 2009-08-08 12:40

Hot! อ่านแล้วซึมเลยค่ะ
เศร้ามากโดยเฉพาะเรื่องอาร์ท สงสารแม่เค้า

#9 By eeddy(อี๊ด) on 2008-08-16 21:29

รักแม่ทุกวันbig smile big smile

#8 By (^_^)/nana on 2008-08-14 16:56


ยังไม่ได้กอดแม่เลย..
แต่พาแม่ไปตะลุยกิน..กิน..กิน..
ตกค่ำ พาไปออกกำลังกายกัน..
เหนื่อยมากกกกก..

บางครั้งการที่เราไม่ได้กอด หรือไม่ได้บอกรัก..
แต่การให้เวลากับครอบครัวน่าจะทำให้แม่กับพ่อ
รู้นะว่า เรารักท่านเพียงใด

พวกปากแข็งก็แบบนี้แหละ..cry cry

#7 By 12345 on 2008-08-13 09:53

"แม่" อยู่รอบตัวเรา....หมดซึ้งอีตรงเนี้ย บรื๋อว์ว์ว์ว์

#6 By พัดทอง on 2008-08-13 00:55

อ่าแล้วหายโกรธแม่เลยอ่ะ
เพิ่งทะเลากะกับแม่มา
เรื่อไงม่เป็นเรื่อง...
ซึ้งๆ

#5 By Snowmist on 2008-08-12 21:38

....อ่านแล้วซึ้ง..
me / วิ่งไปสัก ma ma foreverHot! Hot!

#4 By F Y on 2008-08-12 16:57

อ่านแล้วได้ข้อคิดดีคับ

#3 By Frankie8 on 2008-08-12 15:27

ขอบคุณสำหรับเม้นนะคร้าบ

#2 By ゴルフ on 2008-08-12 11:45

เรื่องแม่หลายๆมุม

#1 By wesong on 2008-08-12 09:19